บทความทั้งหมด
การศึกษา
ข่าว-สื่อ
จิปาถะ
ธนาคาร-การเงิน
ธุรกิจ
บันเทิง
ยานยนต์
ศิลปะ-วัฒนธรรม
สุขภาพ

ทะเลหน้าเที่ยวประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ทะเลหน้าเที่ยวประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


ทะเลยอดนิยมใกล้กรุงเทพคงต้องยกให้หัวหิน ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เหมาะสำหรับการพักผ่อนและการเดินเล่นในช่วงวันหยุด รวมถึงสถานที่พักที่มีมากมาย หลาหลายบรรยากาศ และมีความสะดวกสบายในการให้บริการ เช่น บ้านพักหัวหิน พูลวิลล่า ที่มาพร้อมกับสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่ใครเห็นแล้วต้องรีบจอง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัว ถ้าให้พูดถึงภาพรวมแล้ว ยังไม่มีเพียงเท่านี้ ทะเลที่น่าเที่ยวในเขตจังหวัดประจวบฯ ยังมีอีกมากมาย ซึ่งการเดินทางก็สะดวก และสามารถสัมผัสได้ถึงธรรมชาติที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ในแต่ละเขตพื้นที่
    1. เขาเต่า อยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวหินเพียงแค่ 13 กิโลเมตร มีหาดทรายที่กว้างใหญ่ ไว้เดินรับลมเล่นๆ นอกจากนี้ที่บริเวณเขาเต่ามีชายหาดที่สะอาดและสวยงามอยู่อีก 2 แห่ง นั่นคือหาดทรายน้อยและหาดทรายใหญ่ ซึ่งแต่ละหาดล้วนแต่เงียบสงบ น้ำทะเลใส เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล แถมยังมีเตียงผ้าใบไว้คอยบริการ ให้นักท่องเที่ยวได้นอนสูดลมทะเลหรือใครอยากที่จะสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนที่เขาเต่าก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมที่หมู่บ้านชาวประมงเขาเต่า หมู่บ้านเล็กๆ ที่ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย ความเจริญของเทคโนโลยียังเข้ามาไม่ถึงมากนัก นักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะสัมผัสกลิ่นอายของวันวาน น่าจะถูกใจหาดสำราญอยู่ไม่น้อย
    2. หาดดอนสำราญ เป็นชายหาดที่เชื่อมต่อระหว่างหาดบ้านกรูดกับหาดแม่รำพึง บรรยากาศทั่วไปโดยรอบหาดดอนสำราญค่อนข้างเงียบสงบ มีหาดทรายขนาดใหญ่ความยาวหลายกิโลเมตร เม็ดทรายขาวละเอียด เหมาะสำหรับเป็นที่เที่ยวพักผ่อนในวันหยุด นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามของหาดดอนสำราญแล้วนั้น ที่นี่ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ หาดดอนสำราญเป็นแหล่งหากินของฉลามวาฬมาเป็นเวลาเนิ่นนาน ซึ่งในแต่ละปีฉลามวาฬเหล่านี้จะแวะเวียนมาหาอาหารใกล้ชายฝั่ง และบางครั้งนักท่องเที่ยวอาจสามารถมองเห็นปลาวาฬได้ด้วยตาเปล่า นับเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่หาดูไม่ได้ง่ายๆ
    3. หาดสามร้อยยอด มีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก นอกจากนี้ริมชายฝั่งทะเลของหาดสามร้อยยอดยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด นักท่องเที่ยวจึงสามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันเราจะได้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน ที่ออกมาหาหอย หาปูหรือจะลงเล่นน้ำก็ทำได้อย่างปลอดภัย นอกจากชายหาดที่ยาวเป็นกิโลเมตร หาดสามร้อยยอดยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกเพียบ อย่างอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ถ้ำพระยานคร ถ้ำไทรหรือจะไปนั่งดูฝูงลิงในป่าโกงกาง เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า หาดสามร้อยยอดยังคงมีความสวยงามและสมบูรณ์มากเพียงใด
Updated: 10 ก.พ. 2562 เวลา 09:09 น.
ต้องดูแลอย่างไรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

ต้องดูแลอย่างไรสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย


ผิวแพ้ง่ายยากต่อการดูแลที่สุด เรื่องที่ต้องระมัดระวังที่สุดคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิวควรที่จะเลือกแบบอ่อนโยนมีส่วนผสมของธรรมชาติ และสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Hira blue นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จะดูแลสุขภาพผิวแพ้ง่ายแล้วยังมีปัจจัยดังนี้ที่ต้องระมัดระวังและควรปฏิบัติ
    1. อย่าเดินตากฝน ฟังดูแล้วว่าเกี่ยวอะไรกับสภาพผิวที่บอบาง เนื่องจากสภาวะแวดล้อมมีมลภาวะ ฝุ่นละอองควันพิษ แบคทีเรีย เชื้อโรค สำหรับผิวบอบบาง ต้องเน้นการดูแลและทำความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน และมีคุณสมบัติช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิวหลังล้างหน้า ที่อ่อนโยนเพราะปราศจากน้ำหอม ไม่ทำร้ายผิว ไม่อุดตันรูขุมขน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ moisturizing film ช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างหน้าเพราะความชุ่มชื้นจะช่วยคืนความสตรองให้ผิวบอบบาง โดยจะช่วยให้เกราะป้องกันตามธรรมชาติทำงานได้ปกติ ผิวมีสุขภาพดี แข็งแรง มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าเชื้อโรคจากภายนอกจะทำร้ายผิวไม่ได้
    2. หลังอาบน้ำและล้างหน้าเสร็จแล้ว ควรทาบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิวที่มีความอ่อนโยนและช่วยปกป้องผิวบอบบาง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยน เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยมอบความชุ่มชื้น คืนความเนียนนุ่มให้ผิวด้วยคุณค่า Avocado Oil ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำเป็น ช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ ลดเลือนจุดด่างดำและรอยแผลเป็น ผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยน ปลอดภัย ใช้ได้และใช้ดีแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย เหมาะเป็นที่สุดสำหรับมีไว้ดูแลผิวบอบบางเป็นพิเศษ
    3. แม้จะทำเช็ดเครื่องสำอางออกอย่างอ่อนโยนแค่ไหน ผิวก็ยังสูญเสียความชุ่มชื้นและอ่อนแอลงได้อยู่ดีจากการสัมผัสเครื่องสำอางเป็นเวลานานทั้งวัน หลังจากล้างหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่อ่อนโยน เพื่อมอบความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมทั้งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวสูญเสียน้ำ ให้ผิวชุ่มชื้นเนียนนุ่มยาวนาน ป้องกันการเกิดริ้วรอย และปลอดภัยต่อผิว เหมาะสำหรับคนที่มีผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย
Updated: 7 ก.พ. 2562 เวลา 10:05 น.
วิธีการบำรุงผิวง่ายๆทำไม่ยากเลย

วิธีการบำรุงผิวง่ายๆทำไม่ยากเลย


การหลีกเลี่ยงสาเหตุทำให้ผิวแห้งเสีย นั้นเป็นสิ่งแรกที่ควรทำก่อนที่จะทำการบำรุงผิว ซึ่งอย่างที่ทราบกันนั้นแหละว่าสาเหตุของผิวเสีย ผิวแห้งนั้นมันมีเยอะมากมาย เช่น มลพิษ แสงแดด อายุ พันธุกรรม ความเครียด ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเสียทั้งนั้น และยังมีสาเหตุอีกเยอะแยะมากมาย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดผิวเสียเช่น
- การโดนแสงแดดทำร้ายและไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ด้วยอาชีพและหน้าที่การงาน ดังนั้นควรที่จะหาเสื้อแขนยาว หมวก ร่มหรือว่าการใช้ครีมกันแดดอยู่เสมอ สำคัญมากคือ จะต้องเลือกครีมกันแดดที่มีเอพพีเอพเหมาะสมกับแสงแดดแต่ละวันด้วย
- บำรุงผิวด้วย sewa หรือว่าการใช้ครีมมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี และกลูต้าไธโอน ซึ่งจะช่วยช่วยป้องกันการทำลายผิวจากแสงแดดได้บ้างและยังช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย
- งดการสูบบุหรี่ ยาเสพติด สุรา เพราะว่านอกจากจะทำลายสุขภาพแล้วนั้นยังเป็นตัวการสำคัญในการที่จะทำร้ายผิวด้วย เนื่องจากมีสารอันตรายไปทำลายเซลล์ เป็นอนุมูลอิสระทำให้แก่เร็ว และผิวเสื่อมสภาพด้วย
- หากไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการดื่มชากาแฟได้ ก็พยายามในการที่จะลดการทานลงคือ ไม่ดื่มชาหรือกาแฟเกินกว่าวันละ 2 แก้ว เพราะจะทำให้เซลล์สูญเสียน้ำ การทำงานของเซลล์ก็จะเสียไปได้
- ในฤดูอันหนาวเย็นนั้นหารที่เราจะหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นคงจะยากมากดังนั้นในหน้าหนาว ถ้าต้องอาบน้ำอุ่นก็ให้ฟอกสบู่ไว ๆ เพราะถ้ายิ่งถูนานเท่าไรความชุ่มชื้นใต้ผิวก็จะยิ่งถูกดึงออกไปมากขึ้นเท่านั้นและเมื่ออาบน้ำอุ่นเสร็จจึงทาโลชั่นหรือครีมบำรุงที่เข้มข้นและทาให้บ่อยขึ้น และเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้นเพื่อทดแทนความชุ่มชื้นที่เสียไปในขณะที่อาบน้ำอุ่น
- บำรุงผิวหน้าหลังจากอาบน้ำ ด้วยครีมที่ใช้ประจำที่เหมาะสมกับสภาพผิวแล้วตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสม โดยโฟมล้างหน้าที่ใช้ก็ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น ผิวแห้ง ผิวบอบบ้าง ผิวมัน เป็นต้น
- พยายามในการที่จะทดสอบผลิตภัณฑ์ทุกครั้งก่อนใช้เพื่อให้แน่ใจว่าเรานั้นไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแน่นอน
Updated: 3 ก.พ. 2562 เวลา 23:10 น.
สัตว์อะไรที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในกระชังบก

สัตว์อะไรที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในกระชังบก


ปลาที่เหมาะสมในการที่จะเลี้ยงใน กระชังบก นั้นมันมีมากมายหลากหลายชนิดแล้วแต่เราจะเลือกซึ่งไม่มีสูตรที่ตายตัวแล้วแต่เกษตรกรจะเป็นผู้กำหนด แต่ปลาที่แนะนำได้แก่
1.ปลาดุก ชนิดที่แนะนำได้แก่ ปลาดุก สายพันธุ์บิ๊กอุย ซึ่งการเลี้ยงปลาดุกสายพันธุ์บิ๊กอุยนั้นมีข้อดีคือ เลี้ยงโตง่ายตายค่อนข้างจะยาก เลี้ยงใช้ระยะเวลาเพียง 3 เดือน กินได้ทั้งพืชและสัตว์
อาหาร ปลาดุก มีทั้งหัวอาหารปลาดุกหรือว่าอาจจะใช้สูตรอาหารเลี้ยงปลาดุกตามสูตรดังต่อไปนี้คือ
สูตรที่ 1 หัวไก่ ตามตลาดสด เอามาบดรวมกับเศษอาหารให้ละเอียด ผสมด้วยรำข้าว ปลาโตเร็วมาก แต่ก็มีข้อเสียคือ น้ำอาจจะเน่าเสียได้ง่าย 
สูตรที่ 2 ปลาเป็ด นำปลาเบ็ดที่มีขายในสะพานปลานำมาผสมกับรำข้าว กากมะพร้าว กากถั่วเหลือง
สูตรที่  3 กล้วยน้ำหว้า บดผสมรำข้าวตากแห้ง สูตรนี้เป็นสูตรที่ทำให้ปลามีรสชาติอร่อยปลาดุกเนื้อนุ่มหวานอร่อย
2.ปลาหมอ มีข้อดีคือ ทนต่อสภาพแวดล้อมเลี้ยงแล้วไม่ได้ตายง่ายๆ เหมาะสำหรับน้ำที่มีออกซิเจนต่ำ เป็นปลาที่กินได้ทั้ง พืชและเนื้อ สูตรอาหาร คือ นำหัวอาหารมาผสมกับหัวไก่ บด ปลาเป็ด มาผสมกับพวกบด รำข้าว ข้าวต้ม เศษอาหาร กากมะพร้าว แล้วนำมาผสมรวมกันก่อน
3.ปลาสลิด (บางบ่อ) เหมาะสำหรับน้ำที่มีอ็อกซิเจนต่ำ เพราะว่ามีอวัยวะพิเศษิอย่างเหงือกช่วยในการหายใจ ต้นทุนอาหารต่ำเพราะว่าเป็นปลาที่กินพืชกินได้ทั้งจอก แหน ผักบุ้ง ผักกระเฉด หรือหากต้องการเพิ่มแหล่งสารอาหารให้กับปลาก็สามารถที่จะใส่ ปุ๋ยคอกแห้ง จำพวก มูลสัตว์ วัว ควาย ไก่
4.กบ เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย โตไว ไม่ค่อยมีโรค เหมาะกับบ้านที่ไกลจากแหล่งน้ำ ข้อควรระวังคือ จะต้องแยกกบตัวใหญ่กับตัวเล็กออกจากกันเพราะว่าจะกินกัน และควรมีตาข่ายป้องกันแดดและป้องกันเศษใบไม้และกันนกจะมากินได้ อาหารของกบมีมากมายหลากหลายอย่างเช่น
ข้อควรระวัง คือ นก จะบินลงมากินลูกกบ ต้องมีตาข่ายกางปิดป้องกันให้ดี ไข่ต้ม
ไข่ตุ๋น ไรแดง
Updated: 25 ธ.ค. 2561 เวลา 09:45 น.
ทอมส่วนใหญ่แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี

ทอมส่วนใหญ่แต่งตัวอย่างไรให้ดูดี


เรื่องของการเสื้อผ้าบอกได้เลยว่ามันคือส่วนประกอบสำคัญในการแต่งกายของทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้นแต่ทอมหรือที่เรียกว่าสาวหล่อนั้นเอง นอกจากเรื่องของเอแล้วนั้นยังมีองค์ประกอบอื่นๆอีก เช่น
1. ทรงผม บอกได้เลยว่ามันสำคัญมาก สามารถที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าดูดีหรือไม่ได้เลย ดังนั้นการเลือกตัดทรงผมนั้น ควรเลือกตัดผมและจัดแต่งทรงให้ดูสะอาด เรียบร้อย และเน้นเป็นผมสั้นจะดีกว่าผมยาว เพราะว่าจะดูสาวมากกว่าผมสั้นและการดูแลรักษาทรงนั้นก็สำคัญมากจะต้องดูและตกแต่งทรงและไม่การปล่อยผมยุ่งชี้ฟูรุงรัง ซึ่งบอกได้เลยว่ามันทำลายบุคลิกภาพอย่างร้ายแรง
2. เครื่องประดับภายนอก บอกได้เลยว่ามันสำคัญมากเช่นกัน และไม่สมควรที่จะเยอะชิ้นมากจนเกินไป อย่าลืมนะไม่ใช่หญิงสาวเน้นไม่กี่อย่างก็พอ ก็เรียกว่าเลือกใช้เท่าที่จำเป็นดีกว่า ความเรียบง่ายจะทำให้คุณดูดี
3. รองเท้า สำคัญมากแต่งตัวดูดีแทบตายแต่ลากแตะมันก็ไม่เหมาะสม รองเท้าแตะสมควรที่จะสวมใส่ที่บ้านจะดีกว่านะ และการเลือกรองเท้าต้องเข้ากับตนเองและเหมาะสมกับโอกาส ด้วย หากไม่ใช่การเดินเล่นสบายๆหรือพักผ่อนส่วนตัวแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าแตะ เลือกหนังแบบดีๆหรือรองเท้าผ้าใบแบบเรียบๆ จะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดีและเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้และยังใส่แล้วดูดีมากเข้ากับทุกโอกาสด้วย
4. กางเกง บอกได้เลยว่าเป็นการแต่งกายที่ทอมนิยมแต่งมาก แม้นว่าการแต่งกายของทอมส่วนใหญ่นั้นก็มีหลายประเภทหลายแนว ก็ตามแต่ส่วนมากการใช้กางเกงขาสั้นมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับเสื้อผ้านั้นได้รับความนิยมมากลองมาดูกันเถอะ
- กางเกงขาสั้น แมทช์กับเสื้อยืดแขนสั้นหรือเสื้อยืดแขนยาว ได้รับความนิยมมานาวนานมาก และยังนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ใส่ เสื้อกล้ามทอม ข้างในแต่งแล้วสบายๆที่สุด แค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นก็พอ
- กางเกงขาสั้น แมตช์กับเสื้อโปโล สำหรับสไตล์การแต่งตัวเพิ่มความหล่อและเท่ห์อีกทั้งความเนี๊ยบได้ดี ได้รับความนิยมมากใน
- กางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้น หรือเสื้อเชิ้ตแขนยาว บอกได้ว่าแนวนี้เป็นอีกหนึ่งแนวที่สาวๆชื่นชอบเพราะว่า สามารถที่จะช่วยเพิ่มความหล่อดูดี เท่และมีรสนิยม
- เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวทรงเดฟ นิยมในการแต่งเวลาทำงานหรือว่าการติดต่อธุรกิจ
Updated: 10 ธ.ค. 2561 เวลา 10:52 น.
ผมเสีย จะฟื้นบำรุงอย่างไรดี เรามีวิธีมาฝาก

ผมเสีย จะฟื้นบำรุงอย่างไรดี เรามีวิธีมาฝาก


เมื่อเราต้องจัดแต่งทรงผมเป็นประจำ ถูกต้องแสงแดด ความร้อน ฝุ่นควัน หรือสารเคมีต่างๆ ที่ทำร้ายเส้นผม ก็ย่อมทำให้เส้นผมของเราอ่อนแอ และขาดหลุดร่วง รวมถึงชี้ฟูได้ง่าย
ถ้าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมเสีย และไม่ทราบว่าจะฟื้นบำรุงอย่างไรดี วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ในการบำรุงผม 5 ประการมาฝากค่ะ
1. บำรุงผมด้วยทรีทเม้นท์ไข่
ไข่ วัตถุดิบคู่ครัวที่สามารถช่วยบำรุงฟื้นฟูผมได้เป็นอย่างดี ลองนำไข่ 1 ฟอง มาตีให้ไข่แดงและไข่ขาวรวมกัน จากนั้นนำมาหมักผม 20 นาที โดยทำเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือจะผสมน้ำมันมะกอกลงไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทำให้ผมนุ่มสลวยขึ้นได้ ลองทำติดต่อกันสัก 2-3 สัปดาห์ รับรองว่าผมของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
2. หลักเลี่ยงการใช้น้ำร้อนกับผม
แม้ว่าคุณจะรู้สึกหนาวกายแค่ไหน แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนมาสระผม เพราะน้ำร้อนๆ นี่แหละที่จะทำให้ผมของคุณแห้งเสียจนน่าตกใจ การใช้น้ำเย็นจะเป็นมิตรต่อผมมากกว่า แถมยังช่วยล็อกความชุ่มชื้นในผม ทำให้ผมเงางาม และไม่ทำให้ผมเปราะหักง่ายอีกด้วย
3. ปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติ
การใช้ไดร์เป่าผมทำให้ผมของคุณแห้งเสียอย่างมาก เอาเป็นว่าลองปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติบ้าง แต่ไม่ต้องใช้ผ้าขนหนูเช็ดหัวแรง ๆ จนทำให้รากผมอ่อนแอจนผมเปราะหักง่ายนะจ้ะ แค่เช็ดหมาดๆ แล้วปล่อยให้แห้ง หรืออาจจะออกไปขี่จักรยาน เพื่อให้ผมแห้งเร็วขึ้นก็ได้
4. เล็มปลายผมบ่อยๆ
คุณควรจะเล็มผมทุกๆ เดือน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไว้ผมยาวมากๆ ควรเล็มออกประมาณ 1-2 นิ้ว ทุกๆ 3-4 เดือน เพื่อตัดปลายผมที่แห้งเสียและขาดความชุ่มชื้นออกไป
5. กินอาหารที่ดี
อาหารที่ดีช่วยบำรุงผมได้จากภายใน ลองเน้นการกินผักและผลไม้สดๆ เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ นอกจากนี้พวกปลาแซลมอนหรือถั่วก็ดีต่อผมเหมือนกันนะคะ แถมยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วย
เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณมีผมแห้งเสีย และต้องการฟื้นบำรุงผม ก็อย่าลืมนำเคล็ดลับดีๆ ทั้ง 5 ประการนี้ไปลองใช้กันนะคะ และหากคุณมีผมร่วงมาก ก็สามารถหา แชมพูแก้ผมร่วง มาใช้ควบคู่ไปกับการฟื้นบำรุงผมได้เลยค่ะ เพียงเท่านี้ ผมของคุณก็จะกลับมาสวยเงางามได้ไม่ยากแล้วนะ
Updated: 26 พ.ย. 2561 เวลา 09:41 น.
คุณแม่ตั้งครรภ์ มีอาหารอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง

คุณแม่ตั้งครรภ์ มีอาหารอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง


ในช่วงตั้งครรภ์ เรื่องของสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ และลูกน้อยในท้องนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ทุกเรื่องจึงต้องใส่ใจให้ดีที่สุด
เรื่องของอาหารการกิน เป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและการตั้งครรภ์ คุณแม่จึงต้องทราบว่าอาหารอะไรบ้างที่ตนควรรับประทาน และควรหลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัย และช่วยเสริมสร้างสุขภาพของตนเองรวมถึงลูกน้อยได้อย่างดีที่สุด โดยอาหารที่คุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงที่จะทาน มีดังนี้
1. ปลาบางชนิด ปลา เป็นเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์มาก แต่ปลาบางชนิดก็ไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เช่น ปลาดาบ ปลาดาบเงิน ปลาคิงแมคเคอเรล ปลากระโทงเทง และปลาฉลาม เพราะปลาเหล่านี้มีสารปรอทตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในท้อง
2. เนื้อสัตว์สำเร็จรูป เนื้อสัตว์สำเร็จรูปในที่นี้ คือ แฮม โบโลน่า ไส้กรอก เบค่อน เป็นต้น อาหารที่สุดแสนจะอร่อยเหล่านี้ จะมีเกลือและโซเดียมค่อนข้างสูง เป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงในขณะตั้งครรภ์ และอาจติดเชื้อลิสเตอเรียในรก ทำให้ลูกน้อยป่วย หรือเป็นอันตรายได้
3. ชีสที่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ คือ ชีสที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ เช่น บลูชีส ชีสกามองแบร์ บรีชีส เป็นต้น เพราะจะมีแบคทีเรียหลงเหลืออยู่ ทำให้เกิดอาการแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนดได้
4. ตับ เป็นอาหารที่มีวิตามินเออยู่มาก จึงอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในท้อง หรือทำให้พิการได้ จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือทานแต่น้อย และทานอาหารในกลุ่มเบต้าแคโรทีนอย่างมะละกอ แครอท ฟักทอง และผักใบเขียวเข้มร่วมด้วย
5. กาเฟอีน และแอลกอฮอล์ กาเฟอีน และแอลกอฮอล์ น่าจะเป็นสิ่งที่คุณแม่โดยทั่วไปทราบอยู่แล้วว่าไม่ควรทานในช่วงตั้งครรภ์ เพราะถึงแม้ในชีวิตประจำวันเมื่อไม่ได้ตั้งครรภ์ ยังส่งผลเสียต่อร่างกายเลย การรับกาเฟอีนในช่วงตั้งครรภ์ จึงมีผลต่อพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของลูกน้อย เพราะลดการดูดซึมของสารอาหารที่จำเป็น เช่น แคลเซียม และธาตุเหล็ก ส่วนการรับแอลกอฮอล์มีผลต่อการสร้างสมอง เส้นประสาท และกระดูกสันหลังของลูกน้อย
6. ถั่วลิสง การรับประทานถั่วลิสง ควรแน่ใจว่าสะอาด ไม่อับชื้น หรือเก็บไว้นาน เพื่อไม่ให้ได้รับสารปนเปื้อน ซึ่งในช่วงตั้งครรภ์ควรทานให้น้อยที่สุด หรืองด และยังมีผลต่อการผลิตน้ำนมของแม่อีกด้วย เพราะสารเหล่านี้จะไปอยู่ในน้ำนมด้วย
นอกจากเรื่องของอาหารแล้ว เรื่องสุขอนามัยก็สำคัญไม่แพ้กัน และในช่วงตั้งครรภ์หรือหลังคลอดอาจมีอาการแปลกๆ ที่เกิดมาจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและร่างกาย เช่น ผมร่วงหลังคลอด กระดูกพรุน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะต้องดูแลทำความเข้าใจควบคู่กันไปด้วย
Updated: 20 พ.ย. 2561 เวลา 10:16 น.
สาเหตุของผิวหนังเสื่อมโทรม

สาเหตุของผิวหนังเสื่อมโทรม


การที่เราจะดูแลผิวให้สามารถที่จะมีสุขภาพที่ดี สวย เปล่งปลั่ง นอกจากนั้นยังขาวอมชมพูได้นั้น เราจะต้องดูแลผิว หมั่นเติมอาหารผิวด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พยายามในการที่จะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เน้นผักผลไม้ที่มีส่วนในการบำรุงผิวพรรณ และนอกจากนั้นแล้วจะต้องรู้จักสาเหตุที่ทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรม แก่ชรา หมองคล้ำ เป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ กันเสียก่อนว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาทางป้องกันและแก้ไขได้ถูกวิธี มาดูตัวการหลักๆที่ทำให้ผิวเสียกันดีกว่า
1. แสงแดด ซึ่งบางช่วงเวลาก็มีส่วนในการที่จะบำรุงผิว คือแสงไม่เกิน 9 โมงหลังจากนั้นล้วนทำลายผิวทั้งนั้นเลย เพราะว่ารังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงแดดสามารถทำให้ผิวหนังเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังทำลายคอลลาเจน นอกจากจะทำลายผิวแล้วยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งด้วย ดังจะเห็นตัวอย่างจาก ฝรั่งที่นิยมอาบแดดทำผิวสีแทน แทบอื่นที่ไม่ใช่เมืองไทย ได้ผิวสวยแต่ทำไปทำมากลับได้โรคมะเร็งเป็นตัวแถมมาด้วย และเมื่อถูกแดดทำร้ายโดยตรงมากจนเกินไป โดยไม่ได้กางร่ม กางหมวก หรือว่าทาครีมกันแดดแล้วละก็ สุดท้ายผิวหนังจะลอกเป็นสะเก็ดและแห้งไหม้เป็นรอยแดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลย
2. การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ทานไม่ครบ 5 หมู่หรือว่าแม้นแต่ลดความอ้วนก็ส่งผลทำให้ผิวแห้งเสียได้เช่นกัน ดังนั้นการที่เราอยากที่จะมีผิวพรรณที่ได้นั้นจะต้องรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นอาหารที่มีวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ที่มีประโยชน์กับผิวเป็นหลัก และเมื่อเรานั้นรับประทานอาหารครบแล้ว ไม่ได้ลดความอ้วนด้วยการอดอาหารมีเหรอผิวเรานั้นจะไม่สวย ดังนั้นหากเราทานอาหารตามธรรมชาติให้ครบ 5 หมู่ ก็ไม่จำเป็นต้องหาอาหารเสริมเช่น อาหารเสริม boom มารับประทานอีกแล้ว
3. การดื่มน้ำน้อยเกินไป การที่จะอยากมีผิวพรรณที่ดีอย่างน้อยจะต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้วขึ้นไป ควรโดยการดื่มไม่จำเป็นจะต้องดื่มทีเดียว 8 แก้ว วิธีการดื่มคือ ให้จิบไปเรื่อยๆทั้งวัน จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เพราะน้ำคือส่วนประกอบของเซลล์ทุกเซลล์ หากขาดน้ำผิวจะไม่ชุ่มชื้นแถมของเสียในร่างกายยังไม่ถ่ายเทด้วย
4. การไม่ออกกำลังกายหรือไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่จะดีต่อร่างกายคือ ออกกำลังหายอย่างต่อเนื่อง 20 นาทีขึ้นไป จะทำให้เกิดการขับเหงื่อกระตุ้นการ การหมุนเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นนอกจากนั้นก็สมควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อยากให้ผิวสวยไม่ควรอดนอน
Updated: 13 พ.ย. 2561 เวลา 10:14 น.
อายุ 30 ปีแล้วควรปรนนิบัติผิวไง

อายุ 30 ปีแล้วควรปรนนิบัติผิวไง


ผิวหนังคนเราจะมีช่วงอายุไม่เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องของการดูแลและการทำการบำรุงและรักษาก็แตกต่างกันออกไปด้วย โดยเฉพาะสำหรับสาวที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปนั้นบอกได้เลยว่าคุณภาพผิวนั้นจะเปลี่ยนไปสำหรับผิวที่ดีอยู่แล้วไม่ต้องการดูแลอะไรมากมายเพียงแค่นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเท่านั้นก็ผิวดีแล้ว แต่มาในวัยนี้ผิวทำงานเปลี่ยนไป ดังนั้นจะต้องดูแลตนเองมากยิ่งขึ้นผิวหน้าที่เนียนใส ไร้สิวและไร้ริ้วรอย นั้นจะต้องอาศัยเคล็ดลับดังต่อไปนี้ในการดูแลให้สุขภาพผิวหน้าดีขึ้นมากกว่าเดิม

1. หมั่นทาโลชั่นหรือว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ให้ท่องจำเอาไว้เสมอว่าอายุที่เลย 30 ปีแล้วนั้นจะไม่มาดูแลอะไรมากเช่นเดียวกันแต่ก่อนมันไม่ได้แล้วอายุที่ล่วงเลยเข้าไปในวันนี้สิ่งที่ละเลยหรือว่าลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมบำรุงผิวครีมลดริ้วรอย ครีมยกกระชับ ครีมหน้าเด้ง เป็นต้น

2. การทานอาหารที่มีประโยชน์กับผิว เน้นไปที่ผักผลไม้ ลดของมันอย่าง ขาหมู ลดของหวาน หันมากินคลีน ซึ่งการกินคลีนคือ การกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่ง ดัดแปลงน้อยที่สุด เป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติ และมีสารอาหารสูง นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีแล้วยังทำให้ผิวของเราแข็งแรงไม่แก่ก่อนวัยด้วย

3. ลองลงทุนในการหาอาหารเสริมมาทานบ้าง แน่นอนว่าเมื่ออายุล่วงเลยไปถึง 30 ปีแล้วนั้นจะต้องดูแลที่มากกว่าในอดีตเพราะลำพังแค่การที่เราจะปรับพฤติกรรมในการที่จะใช้ชีวิตและการมาร์กหน้า สครับหน้า พอกหน้าบางทีนั้นมันไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะว่าในโครงสร้างในชั้นผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คอลลาเจน อิลาสติน เริ่มสลายหายไปทีละน้อย จึงไม่แปลกที่สภาพผิวหน้าจะมีปัญหา มีรอยตีนกาเต็มไปหมด แถมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ก็ถดถอย ดังนั้นการที่เราะมองหาอาหารเสริมมาช่วยบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร บางทีเรื่องของความสวยนั้นก็จะต้องลงทุนบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าอยากเสริมโครงสร้างผิวให้เต่งตึง กระชับ ต้องเสริมจากภายในด้วยการทานอาหารเสริมอย่างผลิตภัณฑ์ดีๆอย่าง joliena plus ซึ่งทานเพียงแค่วันละ 2 แคปซูล ก็จะสามารถจะเติมคอลลาเจนให้ผิวให้ไร้ริ้วรอย ไม่หย่อนคล้อย แถมยังกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เซลล์ผิวและอวัยวะของเราแข็งแรงขึ้น


Updated: 4 พ.ย. 2561 เวลา 09:18 น.
เลือกกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

เลือกกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้เหมาะกับคุณ


ในชีวิตของเรานั้น จำเป็นต้องมีการเดินทาง หรือการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ อยู่บ้าง หรือบางคนอาจจะเป็นประจำ สิ่งที่เราควรมีติดเอาไว้นั่นก็คือ กระเป๋าเดินทาง

หากคุณกำลังต้องการซื้อกระเป๋าเดินทางสักใบหนึ่งเพื่อเอาไว้ใช้งาน และต้องการให้เหมาะสมกับคุณ คือใช้งานได้อย่างเหมาะสม และมีความคุ้มค่าในการซื้อมา เราขอแนะนำวิธีการเลือกกระเป๋าเดินทางให้กับคุณ ดังนี้ค่ะ

เลือกกระเป๋าขนาด 26 นิ้วก็พอ
ไซซ์มาตรฐานของกระเป๋าเดินทางที่ไม่เล็กเกินไป และไม่ใหญ่ถึงขั้นต้องยกหนักๆ ให้ปวดหลัง ปวดแขน แนะนำว่าเลือกขนาด 26 นิ้วก็พอใส่สัมภาระได้สบายๆ อย่างน้อยก็ 3-5 วันเหลือเฟือ แต่ถ้ากรณีกระเป๋าใบเดียวเที่ยวหลายคนอาจเลือกใหญ่หน่อยก็ได้ตามความเหมาะสม

เช็กล้อเป็นอันดับแรก
เรื่องนี้สำคัญมากๆ แนะนำให้ลงทุนเลือกกระเป๋าแบบ 4 ล้อแทน 2 ล้อ เพราะช่วยผ่อนแรงเวลาเคลื่อนที่ได้ดีกว่า และวัสดุของล้อที่ดีควรเป็นล้อยางทั้งลูก ชนิดที่มีตลับลูกปืน ตัวล้อควรฝังอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางโดยเฉพาะกระเป๋าเดินทางที่ไว้ใต้ท้องเครื่องบิน เพราะจะป้องกันการเสียของล้อได้

ซิปต้องแข็งแรง
เรื่องซิปก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนที่บอบบางพังเสียหายได้ง่าย ซิปกระเป๋าเดินทางแตกระหว่างทริปชีวิตพังแน่นอน ก่อนซื้อกระเป๋าเดินทางลองรูดซิปเข้าออกหลายๆ ครั้งเพื่อเช็กความแข็งแรง ความลื่นรูดง่าย ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจมากขึ้นว่ากระเป๋าเดินทางคุ้มค่าไม่ใช่ใช้งานไม่กี่ครั้งก็พัง

หูหิ้วและคันชัก ถนัดใช้งาน
หูหิ้วต้องมีความแข็งแรงสุดๆ เพราะมันเป็นส่วนที่รับน้ำหนักของกระเป๋าทั้งใบเวลายก หูหิ้วควรเป็นแบบยึดเกาะติดกับตัวกระเป๋า ยืดหดได้เป็นอย่างดี จับได้ถนัดมือ และในส่วนของคันชักเวลาลากกระเป๋าควรทดลองดึงขึ้นดึงลงจนมั่นใจว่าแข็งแรง ไม่มีปัญหาว่าจะพังเสียหายได้ง่ายๆ

วัสดุกระเป๋า
กระเป๋าเดินทางสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ชนิดแข็ง (Hard Case) และ ชนิดผ้า (Soft Case) เลือกแบบไหนดีที่สุด อันนี้อยู่ที่ความชอบ
กระเป๋าเดินทางนั้น เราสามารถเลือกซื้อได้ในหลายราคา กระเป๋าเดินทางราคาถูก นั้นมีอยู่มากมาย แต่ควรเลือกที่มีคุณภาพเหมาะสม และมีความทนทานในการใช้งานเป็นหลักด้วย


Updated: 30 ต.ค. 2561 เวลา 10:24 น.
หน้าที่: 1   |   2   |   3   |   4   |   5      »      [26]

shopify site analytics
 

Copyright @ 2013 : http://anarchyanarchyanarchy.net